วันพุธที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวภูทับเบิก

วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวภูทับเบิก
49 หมู่ที่ 14 ต.วังบาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์
ประวัติวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวภูทับเบิก
เมื่อปี พ.ศ.2548 นาย ดิเรก ถึงฝั่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ได้มาเปิดภูทับเบิกเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่ง ใหม่ของจังหวัดเพชรบูรณ์ เนื่องจากภูทับเบิกมีความสุงจากระดับน้ำทะเล 1768 เมตร มีทรัพกรธรรมชาติและมีวัฒนธรรมประเพณีของชาวเขาเผ่าม้งซึ่งสามารถนำมาพัฒนา ให้เกิดธุรกิจการท่องเที่ยวเพื่อเสริมรายได้ให้กับคนในชุมชนและสามารถพึ่งพา ตนเองได้จึงเกิดการรวมกลุ่มของชาวบ้านทับเบิกหมู่ที่ 14,16 รวมสามาชิกก่อตั้ง 175 ครัวเรือนและมีการจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวภูทับเบิก เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2552 ที่สังนักงานเกษตรอำเภอหล่มเก่า โดยนาย นพณัฐ ลาไชย เกษตรอำเภอ และได้คัดเลือกคณะกรรมการบริหารจัดการ 11 คน เพื่อควบคุมดูแลบริหารวิสาหกิจชุมชนท่องวเที่ยวภูทับเบิก
หลักคิดของวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวภูทับเบิกคือ
การสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนโดยนำทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในพื้นที่ และสิ้นค้าเกษตรที่เป็ผลลิตของคนในชุมชน มาขายเพื่อเป็นรายได้เสริม และเป็นการพึ่งพาตนเองในแบบเศษฐกิจพอเพียง เพื่อแก้ไขปัญหาการดำรุงชีพในสังคม และชุมชน แต่ที่สำคัญการรวมเป็นกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนนั้น เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองในชุมชน เพราะทุกคนจะต้องมีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็น การตัดสินใจ และการแก้ไขปัญหาร่วมกัน และการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาเศษฐกิจชุมชนให้มีความเจริญก้าวหน้า และยั่งยืนต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

นอนไม่มีเธอ ม่ายเอาหมายความฉะนั้นชีวิตจะจบหมด

ฉันเจอข้อความที่ post ข้อความหนึ่งว่า ไม่อยากให้มีการตำหนิคนเรียนไม่จบ กระผมก็เลยอยากเขียนให้กำลังใจกับลุงกะเหรี่ยงเหล่านั้น ที่เรียนหนังสือไม่จบ แต่ไม่ได้ยุให้เลิกเรียนหรือหนีเรียนแต่ประการใด เพียงแค่อยากให้กำลังใจกับคนที่เป็นอดีตนักเรียนนักศึกษาที่เรียนไม่เอา และออกจากวงการศึกษาไปแล้ว เพราะหลายสาเหตุ หลายเหตุผล ให้เธอเหล่านั้นมีความอาจหาญภูมิใจในการศึกษาของตัวเองแม้จะเรียนไม่รัก……ในหลายๆ ครั้งที่ดิฉันได้รู้จักกับนักเรียนนักศึกษาชาวกะเหรี่ยง ทุกคนเป็นคนเก่งแน่นอน สมองดี เรียนเก่งไม่แพ้คนในพื้นราบ บางแห่งบางโรงเรียนบางมหาวิทยาลัย มีนักศึกษากะเหรี่ยงเป็นประธานรุ่น เป็นหัวหน้าชมรม และเป็นผู้นำในที่นั้นๆ ก็มี นี่คือความเก่งของคนลาวที่เป็นนักศึกษา และพวกเราชาวม้งล้วนแต่ถือว่าเขาเหล่านี้เป็นอนาคตของชาวลาวที่จะสามารถยืนหยัดอย่างองอาจในสังคมแห่งนี้ แต่การเข้าสู่วงการศึกษาตั้งแต่อนุบาลจนจบมหาวิทยาลัยนั้น ล้วนแต่มีความหลังอันเจ็บปวดทั้งนั้นต้องยอมรับอย่างหนึ่งเลยว่า เด็กเย้าเยาวชนลีซอของเราล้วนแต่ค่อนข้างอยากจน หากในตอนเด็กพ่อแม่ยากจนก็หมดโอกาสในการศึกษาแล้ว เพราะต้องช่วยพ่อแม่ทำมาหากินกันตั้งแต่เด็ก ตรงนี้ทุกคนที่เป็นชาวแม้วล้วนรู้กันดี ทุกคนล้วนแต่อยากให้ลูกของตัวเองมีอนาคต อยากให้มีการศึกษา อยากให้มั่งมีในอนาคต แต่เพราะว่าพวกเขาเหล่านี้ เยาวชนเหล่านี้ อาหาร 3 มื้อ ไม่เคยอิ่มท้อง ก็ต้องเลือกปากท้องเป็นอันดับหนึ่งก่อน ดั้งนั้นเวัยรุ่นคนไทยเยาวชนแม้วที่ไม่ได้เรียนหนังสือ เขาเหล่านี้ควรได้รับการเห็นอกเห็นใจจากทุกท่านจึงจะถูกต้อง บางส่วนที่พ้นจากตรงนั้นมาแล้ว คือ ป้าพอมีกินมีใช้บ้าง หรือมีทุนการศึกษาจากหน่วยงานต่างๆ ให้เรียนบ้าง เยาวชนเหล่านั้นเพียรอุตส่าห์เรียนจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 7 จะเรียนหรืออยากเรียนสูงกว่านี้แม่ก็ไม่สามารถส่งให้เรียนได้อีกแล้ว ดังนั้นเยาวชนอีกบางส่วนจึงจบเพียงแค่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เยาวชนเหล่านั้นควรที่จะได้รับการยกย่องจากพี่น้องลาวทั้งหลายว่า อย่างน้อยๆ เย้าเราก็มีวัยทองที่มีความรู้ถึงป.6 สามารถอ่านออกเขียนได้ นับว่าเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งจึงจะถูกต้องผมไม่ใช่นักเขียนที่คุณเรียกว่าเป็นมืออาชีพ แต่ผมการเขียนของเริ่มจากการเขียนบันทึกประจำวันในแต่ละวัน จนในที่สุดดิฉันจึงเริ่มมาลองเปลี่ยนเป็นเขียนบทความส่งให้พี่ม้งเอเชียเพราะอยากมีส่วนร่วม ที่ช่วยการสร้างสรรค์ให้ความบันเทิงใจให้กับพี่เมี่ยง ดังนั้นมุมองของดิฉันอาจแคบ ด้อยประสบการณ์และไร้สาระนิดๆ แต่กระผมเขียนด้วยหัวใจที่นิดๆ แต่ไม่น้อยนะ ฮ่าๆๆ